Home Thai Centerข่าว · รีวิว · โครงการอสังหาริมทรัพย์
สาระน่ารู้

วิธีติดตั้ง EV Charger ในบ้านและระบบไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

…

วิธีติดตั้ง EV Charger ในบ้าน
วิธีติดตั้ง EV Charger ในบ้าน

วิธีติดตั้ง EV Charger ในบ้านและระบบไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

วิธีติดตั้ง EV Charger ในบ้าน: คู่มือครบวงจรเพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัย

ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก การติดตั้งเครื่องชาร์จ EV (EV Charger) ในบ้านกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการความสะดวกและประหยัดเวลา แต่การติดตั้ง EV Charger ที่บ้านนั้นไม่ได้เป็นเพียงการเสียบปลั๊กและใช้งานเท่านั้น ยังมีข้อควรรู้และขั้นตอนที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อความปลอดภัยและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ

เหตุผลที่ควรติดตั้ง EV Charger ในบ้าน

1. ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน

การชาร์จรถยนต์ที่บ้านช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาค้นหาสถานีชาร์จนอกบ้าน คุณสามารถเสียบชาร์จในขณะที่ทำงานบ้าน ดูโทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งนอนหลับในช่วงกลางคืน

2. ต้นทุนการชาร์จที่ต่ำกว่า

เมื่อเทียบกับการชาร์จตามสถานีชาร์จสาธารณะ การชาร์จรถที่บ้านมักมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณชาร์จในช่วงเวลาที่ค่าไฟฟ้าต่ำ

3. ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว

การชาร์จรถที่บ้านลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการใช้งานสถานีชาร์จที่แออัด และให้ความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน

4. ความยั่งยืนในระยะยาว

การลงทุนติดตั้ง EV Charger ในบ้านช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านของคุณในอนาคต โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มกลายเป็นมาตรฐาน

ประเภทของเครื่อง EV Charger

ก่อนติดตั้ง EV Charger ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของเครื่องชาร์จที่เหมาะสมกับความต้องการ ดังนี้:

1. Level 1 (ชาร์จด้วยไฟบ้านธรรมดา)

• ใช้แรงดันไฟฟ้า 120 โวลต์

• ใช้ปลั๊กไฟบ้านทั่วไปในการชาร์จ

• ความเร็วในการชาร์จต่ำ (ประมาณ 8-16 ชั่วโมงสำหรับการชาร์จเต็ม)

• เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่จำเป็นต้องชาร์จรถบ่อย

2. Level 2 (ไฟฟ้าแรงดันสูง)

• ใช้แรงดันไฟฟ้า 240 โวลต์

• ความเร็วในการชาร์จสูงกว่า (4-8 ชั่วโมงสำหรับการชาร์จเต็ม)

• เหมาะสำหรับการติดตั้งในบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้งานรถยนต์เป็นประจำ

3. DC Fast Charger (ชาร์จเร็วแบบไฟฟ้ากระแสตรง)

• เป็นเครื่องชาร์จที่สามารถเติมพลังงานให้รถได้อย่างรวดเร็ว (30-60 นาที)

• เหมาะสำหรับสถานีบริการสาธารณะ

• ไม่เหมาะสำหรับการติดตั้งในบ้านเนื่องจากต้นทุนและข้อกำหนดด้านพลังงาน

ขั้นตอนการติดตั้ง EV Charger ในบ้าน

1. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้าน

ก่อนติดตั้ง EV Charger ควรให้ช่างไฟฟ้าที่มีความเชี่ยวชาญตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านว่ารองรับการติดตั้งเครื่องชาร์จหรือไม่ เช่น ความสามารถของเบรกเกอร์และสายไฟ

2. เลือกตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม

ควรเลือกตำแหน่งที่ใกล้จุดจอดรถ เช่น โรงรถ หรือบริเวณลานจอดรถ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นที่นั้นมีการระบายอากาศที่ดี

3. เลือกเครื่องชาร์จที่เหมาะกับรถยนต์ของคุณ

ตรวจสอบว่ารถยนต์ไฟฟ้าของคุณรองรับการชาร์จด้วยเครื่องชาร์จประเภทใด และเลือกเครื่องชาร์จที่ตรงกับความต้องการ เช่น การชาร์จเร็วหรือการชาร์จในระยะยาว

4. ติดตั้งโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ

การติดตั้ง EV Charger ควรดำเนินการโดยช่างไฟฟ้าที่มีใบอนุญาตและประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและให้แน่ใจว่าระบบเป็นไปตามมาตรฐาน

5. ตรวจสอบและทดสอบระบบหลังการติดตั้ง

หลังการติดตั้ง ควรให้ช่างทำการตรวจสอบระบบทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องชาร์จสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย

เช็กขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า และการขอเปลี่ยนมิเตอร์กับการไฟฟ้า

ก่อนติดตั้ง EV Charger ต้องเช็กว่ามิเตอร์ไฟฟ้าของบ้านรับไฟได้พอหรือไม่ ดูได้จากตัวเลขบนหน้ามิเตอร์ เช่น 5(15), 15(45) หรือ 30(100) และดูว่าเป็นไฟ 1 เฟส หรือ 3 เฟส บ้านเก่าหลายหลังยังใช้มิเตอร์ 5(15) หรือ 15(45) ซึ่งมักไม่พอสำหรับชาร์จรถพร้อมกับใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นในบ้าน

เครื่องชาร์จขนาดมิเตอร์ที่มักแนะนำ
Wallbox 1 เฟส ประมาณ 7 kW1 เฟส 30(100) แอมป์
Wallbox 3 เฟส 11–22 kW3 เฟส 15(45) แอมป์ขึ้นไป

ขนาดที่เหมาะจริงขึ้นกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในบ้าน ควรให้ช่างไฟที่ได้รับอนุญาตหรือการไฟฟ้าประเมินก่อนติดตั้ง

ขั้นตอนขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ (การไฟฟ้านครหลวง)

  1. ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ MEASY ของ MEA หรือที่สำนักงานการไฟฟ้าเขต แล้วชำระค่าบริการ
  2. ให้ช่างปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้าน (สายเมน เบรกเกอร์ ตู้ไฟ) ให้รองรับมิเตอร์ใหม่ และติดตั้งเครื่องชาร์จ
  3. การไฟฟ้าเข้าตรวจระบบไฟฟ้า
  4. การไฟฟ้าเปลี่ยนมิเตอร์ให้

ต่างจังหวัดติดต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) โทร 1129 ส่วนกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ติดต่อการไฟฟ้านครหลวง (MEA) โทร 1130 ค่าธรรมเนียมขึ้นกับขนาดมิเตอร์และการไฟฟ้าแต่ละพื้นที่ ควรสอบถามก่อนยื่น

อัตราค่าไฟแบบ TOU: การไฟฟ้ามีมิเตอร์อัตรา TOU (Time of Use) ที่ค่าไฟช่วงกลางคืนและวันหยุดถูกกว่าช่วงกลางวัน เหมาะกับบ้านที่ชาร์จรถตอนกลางคืนเป็นหลัก ควรสอบถามเงื่อนไขและอัตราล่าสุดกับการไฟฟ้าก่อนเปลี่ยน

ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม

การติดตั้ง EV Charger มีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องชาร์จและความซับซ้อนของการติดตั้ง

1. ค่าเครื่องชาร์จ

• Level 1: ประมาณ 5,000-10,000 บาท

• Level 2: ประมาณ 10,000-50,000 บาท

2. ค่าติดตั้ง

• อยู่ในช่วง 5,000-20,000 บาท ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของบ้านและระยะทางจากแหล่งจ่ายไฟ

3. ค่าอุปกรณ์เพิ่มเติม

• เช่น สายไฟ เบรกเกอร์ และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ

ข้อควรระวังในการติดตั้งและใช้งาน

• ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต: การติดตั้งและใช้งานเครื่องชาร์จควรเป็นไปตามคู่มือและคำแนะนำของผู้ผลิต

• ดูแลความปลอดภัย: อย่าใช้งานเครื่องชาร์จที่เสียหาย หรือมีสายไฟชำรุด

• ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าหรือเครื่องชาร์จ

คำแนะนำเพิ่มเติม

• ศึกษาสิทธิพิเศษ: ตรวจสอบโปรโมชั่นหรือการสนับสนุนจากภาครัฐที่อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง

• วางแผนระยะยาว: หากคุณวางแผนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มในอนาคต ควรพิจารณาติดตั้งเครื่องชาร์จที่รองรับการใช้งานมากกว่า 1 คัน

สรุป

การติดตั้ง EV Charger ในบ้านเป็นการลงทุนที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด หากคุณกำลังวางแผนติดตั้ง ควรเริ่มต้นจากการตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้าน เลือกเครื่องชาร์จที่เหมาะสม และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการติดตั้ง

คำถามที่พบบ่อย

EV Charger สำหรับติดตั้งในบ้านควรเลือกแบบไหน?

แนะนำ Level 2 (ไฟ 240 โวลต์ ชาร์จเต็มใน 4-8 ชั่วโมง) เหมาะกับผู้ใช้รถเป็นประจำ ส่วน Level 1 (ไฟ 120 โวลต์ ชาร์จเต็ม 8-16 ชั่วโมง) เหมาะกับคนไม่ค่อยชาร์จบ่อย ขณะที่ DC Fast Charger (30-60 นาที) เหมาะกับสถานีสาธารณะ ไม่เหมาะติดตั้งในบ้านเพราะต้นทุนและข้อกำหนดด้านพลังงานสูง

ติดตั้ง EV Charger ในบ้านมีขั้นตอนอย่างไร?

เริ่มจาก (1) ให้ช่างไฟตรวจระบบไฟฟ้าในบ้าน เช่น เบรกเกอร์และสายไฟ ว่ารองรับหรือไม่ (2) เลือกตำแหน่งติดตั้งใกล้จุดจอดรถและระบายอากาศดี (3) เลือกเครื่องชาร์จให้ตรงกับรถ (4) ติดตั้งโดยช่างไฟที่มีใบอนุญาต และ (5) ตรวจสอบและทดสอบระบบหลังติดตั้ง

ติดตั้ง EV Charger ในบ้านมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

ค่าเครื่องชาร์จ Level 1 ประมาณ 5,000-10,000 บาท, Level 2 ประมาณ 10,000-50,000 บาท, ค่าติดตั้งประมาณ 5,000-20,000 บาท ขึ้นอยู่กับโครงสร้างบ้านและระยะทางจากแหล่งจ่ายไฟ และมีค่าอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น สายไฟและเบรกเกอร์

ทำไมต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญติดตั้ง?

เพราะการติดตั้งเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ควรทำโดยช่างไฟที่มีใบอนุญาตและประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและให้ระบบเป็นไปตามมาตรฐาน พร้อมตรวจสอบระบบหลังติดตั้ง

ชาร์จรถที่บ้านคุ้มกว่าชาร์จที่สถานีสาธารณะไหม?

โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายถูกกว่า โดยเฉพาะเมื่อชาร์จในช่วงค่าไฟต่ำ อีกทั้งสะดวกกว่าเพราะชาร์จข้ามคืนได้ ปลอดภัยเป็นส่วนตัว และช่วยเพิ่มมูลค่าบ้านในระยะยาว

Photo by Evnex Ltd on Unsplash

บทความที่เกี่ยวข้อง